วิ่งตอนฝนตก เสี่ยงลื่น เสี่ยงเจ็บเส้น ใช้อุปกรณ์อะไรเสริมดี?
วิ่งตอนฝนตก เสี่ยงลื่น เสี่ยงเจ็บเส้น ใช้อุปกรณ์อะไรเสริมดี?
วิ่งตอนฝนตก เสี่ยงลื่น เสี่ยงเจ็บข้อเท้า
ฝนมักตกชุกในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักที่สุดของปี การวิ่งท่ามกลางสายฝนอาจให้ความรู้สึกสดชื่นและท้าทาย แต่ในอีกมุมหนึ่ง เมื่อ “พื้นเปียก” กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งในเรื่องของการทรงตัว การยึดเกาะพื้น และการควบคุมจังหวะการวิ่ง (BananaRun : เรื่องอุปกรณ์การวิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ, 2019)
จึงไม่แปลกที่หลายคนจะพบว่า หลังวิ่งในวันที่ฝนตก มักมีอาการน่องตึง เอ็นร้อยหวายล้า หรือปวดหลังส่วนล่างมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายต้อง “ชดเชย” ให้กับสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนไป
ทำไมวิ่งตอนฝนตกถึงลื่น และเสี่ยงเจ็บมากกว่า
พื้นที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมวิ่งเป็นพื้นคอนกรีตเป็นส่วนมาก หากพื้นคอนกรีตเปียกน้ำ จะมีแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นน้อยลง ทำให้แรงที่ยึดเกาะระหว่างรองเท้าและพื้นลดลง ส่งผลให้มีโอกาสลื่นได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายจะปรับท่าทางการวิ่งโดยอัตโนมัติ เช่น การก้าวขาให้สั้นลง การลงน้ำหนักจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้น หรือจะเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อเพื่อรักษาสมดุล พฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้กล้ามเนื้อส่วนน่อง เอ็น และหลังส่วนล่าง ทำงานมากขึ้นกว่าปกติ จึงเกิดอาการ “เจ็บเส้น” หรืออาการตึงกล้ามเนื้อได้ (Running Inssider, 2020)
อุปกรณ์ที่ช่วยลดอาการเสี่ยง และลดอาการบาดเจ็บ
- การเลือกรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี: ควรเลือกพื้นรองเท้าแบบยางที่ออกแบบมาสำหรับพื้นเปียก ดอกยางของรองเท้าวิ่งควรจะเป็นแบบลึก หรือแบบ Trail เพื่อที่จะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ และลดความลื่นได้โดยตรง
- การเลือกเสื้อผ้า Quick-dry ช่วยลดความอับชื้น และลดความเสี่ยงของอาการตึงของกล้ามเนื้อ: เมื่อเสื้อผ้าเปียกน้ำฝน จะทำให้เพิ่มน้ำหนักหรือแรงต้านการเคลื่อนไหว ทำให้ร่างกายล้าเร็วขึ้น ควรเลือกเสื้อผ้าที่แห้งไวจะช่วยเคลื่อนไหวได้คล่องตัว, ลดการเสียดสี และลดความล้าของการใช้กล้ามเนื้อ
- การมีหมวกวิ่ง จะช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น: การมีหมวกที่มีปีก จะช่วยในการกันน้ำ ทำให้มองพื้นได้ชัดเจน และลดความเสี่ยงจากการเหยียบพลาด
- อุปกรณ์สะท้อนแสง เพื่อเพิ่มความปลอดภัย: ในวันที่ฝนตก การมองเห็นแสงแดดจากพระอาทิตย์จะลดลง เมื่อสภาพแวดล้อมแย่ลง การใส่เสื้อหรืออุปกรณ์สะท้อนแสง จะช่วยทำให้รถหรือคนรอบข้างมองเห็นได้อย่างชัดเจน
หลังการวิ่งในช่วงหน้าฝน: ฟื้นฟูให้ถูกที่เพื่อลดอาการปวดเรื้อรัง
หลังจากการวิ่งแล้วสิ่งที่ห้ามมองข้ามก็คือ การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย, การอาบน้ำอุ่นเพื่อลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ และการนวดคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดเบาๆ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ความตึงจะสะสม และอาจพัฒนาไปเป็นอาการอักเสบเอ็นและกล้ามเนื้อได้ในที่สุด
การใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้ออย่าง “ไมโอครีม” ร่วมกับการนวดเบาๆ บริเวณที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย คลายกล้ามเนื้อ ลดความรู้สึกตึง ล้า และฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อย่างดี