ทำไมนั่งทำงานเหมือนกัน แต่ระดับอาการปวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ทำไมนั่งทำงานเหมือนกัน แต่ระดับอาการปวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน
หลายคนอาจจะสงสัย ทำไมนั่งทำงานในออฟฟิศเหมือนกัน แต่บางคนกลับมีอาการปวดคอ ปวดบ่า หรือปวดหลังมากกว่าคนอื่น ในขณะที่บางคนแทบจะไม่รับรู้ถึงความผิดปกติเลย ความจริงแล้วอาการปวดไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการนั่งทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม การจัดท่าทาง และสภาพร่างกายของแต่ละคนอีกด้วย (Sikarin Hat Yai Hospital, 2569)
ท่านั่งที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อกล้ามเนื้อไม่เท่ากัน
แม้จะนั่งเป็นเวลานาน 8 ชั่วโมงเท่ากัน แต่หากคนหนึ่งนั่งหลังตรง มีการปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ในขณะที่อีกคนก้มคอดูหน้าจอหรือยกไหล่เกร็งอยู่ตลอดเวลา กล้ามเนื้อที่ต้องรับภาระแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยสะสมได้ไม่เท่ากัน
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เท่ากัน
ร่างกายของแต่ละคนมีความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อแตกต่างกันออกไป ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ มักสามารถรองรับการทำงานเป็นเวลานานได้ดีกว่า ขณะผู้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย อาจเกิดอาการตึงหรือปวดได้ง่ายกว่า
ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ความเครียด ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายตกอยู่ในสภาวะเครียด กล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่ามักจะเกิดการเกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ตึง หรือหนักบริเวณไหล่ได้ แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะๆ ก็ตาม (Thongpet/kanchana/Maneewan, 2564)
พฤติกรรมเล็กๆ ที่สะสมจนเป็นอาการปวด
การก้มดูโทรศัพท์บ่อยๆ การนั่งไขว้ห้าง การใช้เม้าส์ในท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือการไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้
ดูแลตัวเองก่อนเกิดอาการสะสม
การลุกขึ้นเพื่อเหยียดร่างกายทุกๆ 30-60 วินาที ปรับโต๊ะทำงานให้เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงของออฟฟิศซินโดรมได้ดี นอกจากนี้ ในวันที่รู้สึกตึงเมื่อยหรือเกิดอาการล้าสะสม การนวดเบาๆ ร่วมกับ ไมโอครีม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยเนื้อครีมที่ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับใช้ระหว่างวัน