ปวดหลังส่วนล่างจากงาน จัดการอย่างไร?
ปวดหลังส่วนล่างจากงาน จัดการอย่างไร?
ทำไมคนวัยทำงานถึงเริ่มปวดหลังล่าง และสะโพกเร็วกว่าที่คิด
หลายคนเชื่อว่าอาการปวดหลังล่างหรือสะโพกมักเกิดกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องยกของหนักเป็นประจำ แต่ในความเป็นจริง คนวัยทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมงก็สามารถมีอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน
สาเหตุที่สำคัญไม่ได้มาจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานๆ การก้มมองจอ การนั่งไขว่ห้าง หรือแม้แต่การไม่ลุก ไม่มีการเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งล้วนเพิ่มแรงกดต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อบริเวณหลังส่วนล่าง และสะโพก (โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, 2569)
เมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนอย่ามองข้าม
อาการปวดหลังล่าง และสะโพกไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อยๆ สะสมจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน
สัญญาณที่พบได้บ่อยครั้ง มีดังนี้
รู้สึกตึงหรือปวดเมื่อยบริเวณหลังส่วนล่าง จากการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
มีอาการปวดเมื่อยซ้ำๆ บริเวณเดิม โดยเฉพาะจุดที่เคยมีอาการปวดมาก่อน
เมื่อลุกขึ้นจากเก้าอี้ รู้สึกเมื่อยล้าหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่คล่องตัว
รู้สึกปวดสะโพกหลังจากการขับรถหรือเดินทางอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ต้องขยับตัวหรือเปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ เนื่องจากเริ่มรู้สึกไม่สบายตัว
แม้อาการเหล่านี้อาจดูไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้จนเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาว ดังนั้น การหมั่นขยับร่างกายเป็นระยะ หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป และดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อและข้อต่ออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการปวดสะสมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Thairath - ไทยรัฐออนไลน์, 2569)
พฤติกรรมที่อาจทำให้ปวดหลังล่าง และปวดสะโพกโดยไม่รู้ตัว
หลายครั้งคนวัยทำงานอาจให้ความสำคัญกับการทำงานจนละเลยการดูแลร่างกาย พฤติกรรมเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น การนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ การนั่งหลังค่อมเป็นเวลานาน การใช้โต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ รวมถึงการขาดการออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อหลัง สะโพก และแกนกลางลำตัวทำงานหนักกว่าปกติ นอกจากนี้ ความเครียดจากการทำงานยังอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยสะสมได้ง่ายขึ้น เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกวัน จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการปวดหลังล่างและปวดสะโพก แม้จะอยู่ในวัยทำงานที่ยังอายุไม่มากก็ตาม (กภ.ภูริชญา บุญเรือง, 2024)
ดูแลตัวเองก่อนอาการจะสะสมและหนักขึ้น
การป้องกันสามารถเริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
ลุกเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 40-60 นาที
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลัง สะโพก และต้นขาเป็นระยะ
ปรับโต๊ะ และเก้าอี้ ให้หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ฟื้นตัว
แม้จะเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่หากทำอย่าสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดความเมื่อยล้าสะสมจากการทำงานได้ (Phinyo Ch., 2568)
ตัวช่วยดูแลอาการปวดเมื่อยในชีวิตประจำวัน
ในวันที่รู้สึกปวดหลังล่าง ปวดสะโพก หรือเมื่อยล้าจากการทำงาน การนวดเบาๆ บริเวณที่รู้สึกตึงร่วมกับ ยาหม่องตราถ้วยทอง 2493 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการใช้ชีวิตประจำวัน
ยาหม่องตราถ้วยทอง 2493 มีให้เลือกทั้ง แบบตลับ แบบขวด และในรูปแบบแท่ง เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานในแต่ละไลฟ์สไตล์ โดยทุกรูปแบบเป็นเนื้อยาเดียวกัน สูตรดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย ไม่ว่าจะใช้ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือพกติดตัวระหว่างเดินทางก็สะดวก
อย่ารอให้ความเมื่อยล้ากลายเป็นเรื่องปกติ
หลายคนมักคิดว่าอาการปวดเมื่อยเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงาน แต่หากปล่อยให้สะสมโดยไม่ดูแล อาจจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
เริ่มต้นจากการขยับร่างกายให้มากขึ้น ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และเลือกตัวช่วยที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละวัน เพื่อให้ทุกวันทำงานเป็นวันที่คล่องตัวและสบายยิ่งขึ้น
หากสนใจผลิตภัณฑ์ “ยาหม่องตราถ้วยทอง 2493”
สามารถเลือกซื้อได้ที่ Golden Cup Official Store บน Shopee พร้อมรับโปรโมชันและข้อเสนอพิเศษที่อัปเดตเป็นประจำ