Long Flight Survival Guide: วิธีดูแลร่างกายบนเครื่องบินสำหรับคนวัย 30+
Long Flight Survival Guide: วิธีดูแลร่างกายบนเครื่องบินสำหรับคนวัย 30+
เที่ยวไกลเหมือนเดิม แต่ทำไมร่างกายไม่เหมือนตอนวัย 20?
ทริปต่างประเทศปลายปีกำลังจะเริ่ม กระเป๋าพร้อม พาสปอร์ตพร้อม แพลนเที่ยวแน่น แต่สิ่งหนึ่งที่คนวัย 30+ อาจเริ่มสังเกตคือ การนั่งเครื่องบิน 6–10 ชั่วโมงไม่ใช่เรื่องที่ผ่านไปง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน
นั่งนานหน่อยก็เริ่มตึงคอ เมื่อยหลัง ไม่สบายตัว หลับบนเครื่องได้ไม่เต็มที่ พอลงเครื่องแทนที่จะพร้อมเที่ยวทันที กลับรู้สึกเหมือนร่างกายยังต้องการเวลาพัก
ไม่ได้หมายความว่าอายุ 30 แล้วร่างกายจะฟื้นตัวช้าลงทันที แต่การอยู่ในพื้นที่จำกัดและนั่งท่าเดิมเป็นเวลาหลายชั่วโมง ย่อมทำให้ร่างกายรู้สึกไม่สบายตัวได้
ดูแลร่างกายระหว่างทาง ให้พร้อมสนุกต่อจนถึงปลายทาง
1. อย่านั่งท่าเดิมจนถึงปลายทาง: พื้นที่บนเครื่องบินอาจจำกัด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องอยู่ในท่าเดิมตลอดเที่ยวบิน หากสถานการณ์และสัญญาณรัดเข็มขัดเอื้ออำนวย ลองลุกเดินเป็นระยะ หรือขยับร่างกายง่ายๆ ขณะนั่ง เช่น กระดกข้อเท้าขึ้น–ลง หมุนข้อเท้า เหยียดและงอขา หรือปรับท่านั่งเป็นระยะ
โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะไกล การขยับตัวเป็นระยะสำคัญกว่าการพยายามหาท่านั่งที่คิดว่า “ดีที่สุด” แล้วอยู่ในท่านั้นหลายชั่วโมง
2. คอ–บ่าตึง อาจไม่ได้มาจากเบาะอย่างเดียว: ดูหนังหนึ่งเรื่อง ต่อด้วยซีรีส์อีกหลายตอน หรือดูโทรศัพท์ตลอดเที่ยวบิน ฟังดูเป็นวิธีฆ่าเวลาที่ดี แต่คอและบ่าของเราอาจไม่ได้คิดแบบนั้น
การก้มหน้าหรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนต้องทำงานต่อเนื่อง จึงอาจเกิดความรู้สึกตึงและเมื่อยได้ ลองปรับหน้าจอให้อยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มคอมากเกินไป พิงหลังให้สบาย และระหว่างดูหนังอาจพักสายตาพร้อมหมุนไหล่หรือขยับคออย่างนุ่มนวลเป็นระยะ
3. อย่ารอให้คอแห้ง ถึงค่อยนึกถึงน้ำ อากาศภายในห้องโดยสารมีความชื้นค่อนข้างต่ำ จึงอาจทำให้รู้สึกคอแห้ง ปากแห้ง หรือไม่สบายตัวระหว่างเที่ยวบินได้ ควรจิบน้ำเป็นระยะตลอดการเดินทาง แทนการดื่มครั้งละมากๆ เมื่อรู้สึกกระหาย และไม่ควรพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนแทนน้ำทั้งหมด การพกขวดน้ำเปล่าสำหรับเติมหลังผ่านจุดตรวจความปลอดภัยก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเตือนให้เราดื่มน้ำระหว่างทริปได้ง่ายขึ้น
4. อยากนอนบนเครื่อง ให้คิดเรื่อง “เวลา” มากกว่าแค่อุปกรณ์: หมอนรองคอ ผ้าปิดตา และที่อุดหูช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อนได้ แต่สำหรับเที่ยวบินข้ามเขตเวลา ควรลองคำนึงถึงเวลาของจุดหมายปลายทางด้วย
หากทำได้ อาจค่อยๆ ปรับช่วงการนอนให้ใกล้กับเวลากลางคืนของปลายทาง เพื่อให้ร่างกายเริ่มปรับตัวกับตารางใหม่ และไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองว่า “ขึ้นเครื่องแล้วต้องหลับให้ได้” เพราะยิ่งพยายามมาก บางครั้งก็ยิ่งพักไม่เต็มที่
5. เสื้อผ้าที่ใส่ขึ้นเครื่อง สำคัญกว่าความสวยอย่างเดียว: Long Flight ไม่ใช่เวลาที่เหมาะกับเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเคลื่อนไหวลำบาก ลองเลือกเสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่นเกินไป และสามารถเพิ่มหรือลดชั้นได้ตามอุณหภูมิบนเครื่อง รองเท้าก็ควรใส่สบายและไม่คับจนเกินไป โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าต้องเดินต่อหลังลงเครื่อง
6. มีเวลาต่อเครื่อง? อย่าใช้ทั้งหมดไปกับการนั่ง: หากมีเวลารอเครื่องเที่ยวถัดไป 1–3 ชั่วโมง หลังจากนั่งอยู่บนเครื่องมาหลายชั่วโมงแล้ว การหาที่นั่งแล้วนั่งต่อทันทีอาจไม่ใช่ตัวเลือกเดียว ลองเดินภายในสนามบิน ยืดร่างกายเบาๆ เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า เติมน้ำ และให้กล้ามเนื้อได้เปลี่ยนจากท่านั่งเป็นการเคลื่อนไหวบ้าง
7. ถึงโรงแรมแล้ว อย่าเพิ่งรีบออกเที่ยวทันที: หลังผ่านเที่ยวบินยาวๆ หลายคนอยากวางกระเป๋าแล้วออกไปเที่ยวทันทีเพราะเสียดายเวลา แต่หากร่างกายรู้สึกตึงและเมื่อยมาก ลองให้เวลาตัวเองสักเล็กน้อยก่อน
อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ดื่มน้ำ เดินหรือยืดเหยียดเบาๆ แล้วค่อยเริ่มโปรแกรมเที่ยว อาจช่วยให้ร่างกายค่อยๆ กลับเข้าสู่การเคลื่อนไหวตามปกติ สำหรับบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือขาที่รู้สึกปวดเมื่อยจากการเดินทาง สามารถนวดเบาๆ เพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
ยาหม่องน้ำตราถ้วยทอง เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เหมาะสำหรับเตรียมไว้ใน Travel Kit ซึมง่าย ใช้งานสะดวก สามารถใช้ทาบริเวณที่มีอาการปวดเมื่อยตามวิธีใช้บนฉลาก เหมาะกับช่วงที่อยากให้ร่างกายได้พักหลังผ่านวันเดินทางอันยาวนาน
ยาหม่องน้ำตราถ้วยทอง สบายใจ ให้กายได้พัก